JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0

ข้อควรระวังในการใช้ ระบบทําความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทําความเย็น

2017-08-15 17:15:23 ใน บทความน่ารู้ » 0 1977

ข้อรระวังในการใช้ ระบบทําความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทําความเย็น

๑. ระบบทําความเย็นและอุปกรณ์ส่วนควบต้องอยู ในสภาพที่สมบูรณ์ปลอดภัยเพียงพอในการใช้งานเช่น ไม่มีการผุกร่อน การรั่วซึม มีการตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง โดยวิศวกรที่มีความชํานาญ และมีแผนบํารุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
. ภารับแรงดันในระบบทําความเย็น เช่น ถังพักน้ำยา(Receiver Tank) ถังแยกน้ำมัน (Oil Separator) เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเปลือกและท่อ (Shell and Tube Heat Exchangers)  Intercooler Tank  Accumulator Tank หอทําน้ำแข็งหลอด (Tube Ice) เป็นต้น ต้องได้รับการออกแบบคํานวณ และสร้างให้ แข็งแรงถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

๓. ระบบทําความเย็นต้องมีอุปกรณ์ครบถ้วน ดังนี้
๓.๑ คอมเพรสเซอร ทุกตัวต้องติดตั้ง
- วาล์วสกัดทางดูด (Suction Stop Valve)

- วาล์วสกัดทางส่ง (Discharge Stop Valve)- วาล์วกันกลับทางส่ง (Discharge Check Valve)
- สวิทช์ตัดความดันต่ำ (Low Pressure Cutout switch)
- สวิทช์ตัดความดันสูง (High Pressure Cutout switch)- ถ้าคอมเพรสเซอร์ใช้ ปั๊มน้ำมันจะต้องมีสวิทช์ ตัดความดันน้ำมันต่ำ (Low Oil Pressure Cutout Switch)
- อุปกรณ์วัดความดันด้านดูด ด้านสูง และความดันของปั๊มน้ำมันคอมเพรสเซอร์
- หากระบบท่อแอมโมเนียมีการติดตั้งวาล์วสกัดหัวท้าย ต้องติดตั้งอุปกรณ์ ระบายความดัน ในส่วนที่ถูกสกัดเพื่อป้องกันไม่ให้ท่อแตกจากการขยายตัวของแอมโมเนียเหลว (Liquid Expansion)
๓.๒ ปั๊มแอมโมเนีย (Refrigerant Pumps) ต องติดตั้งวาล์วสกัดด้านดูดและด้านส่ง

๓.๔ อุปกรณ์ ดูระดับของเหลว
- มีการติดตั้งวาล์วสกัดหัวท้าย ชนิดมีวาล์วกันกลับในตัว เพื่อลดอันตรายเมื่อหลอดแก้วแตก และต้องมีแผ่นกั้นที่แข็งแรงกันกระแทก ล้อมรอบ ตลอดความยาวของหลอดแก้ว
๓.๕ การระบายอากาศที่ห้องเครื่องจักรแอมโมเนีย
- ต้องมีลักษณะโปร่ง ถ่ายเทอากาศได้ดี หากปิดทึบต้องติดตั้งพัดลมระบายอากาศที่เพียงพอ
๓.๖ อุปกรณ์ ระบายความดัน (Pressure Relief Device)
- ต้องติดตั้งลิ้นนิรภัยเป็นแบบเดี่ยวหรือคู่  (Dual Safety Valve) หรืออุปกรณ์ ระบายความดันชนิดอื่นที่เหมาะสมบนภาชนะรับความดัน
เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ถังแยกน้ำมัน ถังถ่ายน้ำมันทุกใบ และ ณ จุดต่าง ๆ ในระบบทำความเย็นที่จําเป็นต้องมี เพื่อป้องกันการแตกรั่ว จากความดันเกิน พร้อมต่อท่อระบายลงน้ำที่มีปริมาณเพียงพอในการดูดซับ แอมโมเนีย (ปริมาณน้ำ ๘.๓๔๔ ลิตร ต่อแอมโมเนีย ๑ กิโลกรัม)
- วาล์วระบายความดันทุกตัว ต้องตั้งค่าความดันเริ่มเปิดไม่เกินกว่าค่าความดันออกแบบของ ระบบหรืออุปกรณ์

๔. ข้อกำหนดทั่วไป
- ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมระบบทำความเย็นที่มีความรู้ ความชำนาญ ในการควบคุมระบบโดยเฉพาะที่สามารถควบคุมหรือแก้ไขระบบทำความเย็นเมื่อเกิดกรณีมีการรั่วไหลของแอมโมเนียได้
- วาล์วสกัดหลักต่าง ๆ ในระบบ วาล์วเมนแอมโมเนียเหลว วาล์วสกัดเมนท่อก๊าซร้อนเพื่อใช้ดีฟอรสท์ วาล์วเมนปิดน้ำยาเหลวจากปั๊มแอมโมเนีย วาล์วตัดต่อปั๊มแอมโมเนีย
ต้องอยู่ในที่เข้าถึงได้สะดวกและมีป้ายชื่อบอกชัดเจน เพื่อสะดวกในการปิดวาล์วสกัดกรณีเกิดการรั่วไหลของแอมโมเนีย
- ถ้ามีช่องทางออกเพียงช่องทางเดียวจากห้องเครื่องไปบริเวณใช้งานอื่น ต้องไม่เดินท่อแอมโมเนียหรืออุปกรณ์ของระบบในช่องทางเดินนั้น และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางในช่องทางเดิน
- วาล์วถ่ายน้ำมันต้องเป็นแบบปล่อยปิด (Loaded Valve)
- ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับไอแอมโมเนีย (Ammonia Detector) ที่ห้องเครื่อง และห้องปฏิบัติงานที่คนงาน อย่างน้อยห้องละ ๑ ชุด
๕. การเตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉิน
๕.๑ ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
ได้แก่ ถุงมือ หน้ากาก รองเท้า และชุดที่ใช้สำหรับป้องกันแอมโมเนีย หรืออุปกรณ์อื่นที่จำเป็น เช่น เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงอุปกรณ์ ในการระงับอุบัติภัยที่เหมาะสม เก็บไว้ในที่สามารถหยิบใช้ได้
อยางสะดวกและต้องอยู!ในสภาพพร้อมใช้งาน
๕.๒ ควรจัดหาระบบฉีดน้ำเป็นฝอยเพื่อใช้เป็นม่านน้ำป้องกันก๊าซแอมโมเนีย ไมให้แพร่กระจายเป็นอันตรายต่อคนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ
๕.๓ ควรจัดทำแผนฉุกเฉินแอมโมเนียรั่วไหล โดยแผนฉุกเฉิน ประกอบด้วยการระงับเหตุอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ การอพยพพนักงาน การฟื้นฟูสภาพภายหลังเกิดเหตุ รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ของผู้ประสานงาน หรือผู้เชี่ยวชาญ และให้มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
๖. การจัดการเมื่อเกิดแอมโมเนียรั่วไหล
๖.๑ คนงานที่ได้รับการฝึกซ้อมแก้ปัญหาภาวะฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ชุดป้องกันสารเคมี หน้ากากป้องกันแอมโมเนีย แว่นตา ถุงมือ เป็นต้น อย่างน้อย ๒ คน เข้าพื้นที่เพื่อหาจุดรั่วไหลและวิเคราะห์สถานการว่าจะหยุดเดินเครื่องได้หรือไม่ พร้อมปิดวาล์วสกัดน้ำยาหัวท้ายจุดที่เกิดการรั่วไหลเพื่อป้องกันการรั่วไหลเพิ่ม อีกทั้งฉีดน้ำเป็นฝอยคลุมพื้นที่เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของก๊าซแอมโมเนีย หากจุดรั่วไหลไม่สามารถปิดวาล์วสกัดได้ให้ใช้กระสอบป่านคลุมแล้วใช้น้ำฉีดคลุม ทำการอพยพบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องไปในพื้นที่ปลอดภัย (บริเวณเหนือลม) พร้อมแจ้งประสานหน่วยงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ แก้ไขต่อไป
๖.๒ ตรวจสอบหาผู้ได้รับบาดเจ็บในบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลต่อไป
๖.๓ ระวังอย่าให้น้ำที่ใช้ฉีดคลุมก๊าซแอมโมเนียไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ โดยต้องมีบ่อกักเก็บน้ำดังกล่าว เพื่อบำบัดก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะ
๗. ข้อควรระวังจากกรณีศึกษาอุบัติเหตุเกี่ยวกับระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น
๗.๑ กรณีท่อฟรีสเซอร์ของหอทำน้ำแข็งหลอดบวมแตก
สาเหตุ
- ใช้ท่อแบบมีตะเข็บซึ่งไม่ได้มาตรฐาน
- มีก้อนน้ำแข็งตกค้างอยู่ภายในท่อฟรีสเซอร์และได้รับความเย็นซ้ำจนเกิดการขยายตัวดันท่อฟรีสเซอร์จนบวมและแตก
ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
- เลือกใช้ท่อแบบไม่มีตะเข็บที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
- ให้ระมัดระวังขั้นตอนในการละลายน้ำแข็งออกให้หมดในแต่ละรอบ ต้องหมั่นสังเกตลักษณะของน้ำแข็งหลอดว่ามีสีขาวรูตันหรือออกช้า หรือไม่ หรือตรวจสอบจากปริมาณน้ำแข็งที่ออกมาในแต่ละรอบ
ว่ามีปริมาณเท่าไร หากพบว่าปริมาณน้ำแข็งออกน้อยหรือไม่หมด ให้คอยกดละลายน้ำแข็งซ้ำหรือตั้งเวลา ละลายน้ำแข็งให้นานขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศเย็น จะมีปัญหาเรื่องน้ำแข็งออกไม่หมดบ่อยมาก ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ
๗.๒ กรณีถังพักแอมโมเนีย (Accumulator Tank) ระเบิด
สาเหตุ
- ไม่มีการออกแบบคำนวณและรับรองอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม อีกทั้งวัสดุที่ใช้สร้างไม่เหมาะสม
- ขั้นตอนการเชื่อมโลหะไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
- การซ่อมแซมการรั่วซึมของแนวเชื่อมไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรม
ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
- การติดตั้งระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น และการสร้างภาชนะรับแรงดันในระบบทำความเย็นต้องมีการออกแบบคำนวณ ควบคุมขั้นตอนการสร้างอย่างถูกต้อง
ตามหลักวิศวกรรม โดยมีการรับรองจากวิศวกร
- การซ่อมแซมอุปกรณ์โดยเฉพาะส่วนที่รับแรงดันต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมภายใต้การควบคุมของวิศวกร

ข้อมูลจาก สำนักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม http://php.diw.go.th/safety/?page_id=1040